เข้าระบบ

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

  ล ง ท ะ เ บี ย น  

puling222

puling222的บล๊อก

puling222的主頁 | ดูทั้งหมด

กำเนิดปัญญา ตามแนวคิด พุทธธรรม

คำค้น:ปัญญา  ปู่ลิง  2012-10-20 06:44
ปฏิบัติธรรม สูงสุดของพุทธศาสนาคือ" ขจัดอุปาทานทุกข์ ด้วยการปลุกสัมมาสติ โพธิปัญญาตื่น"...มากุมสภาพจิต" และ"ยอมรับสภาวะธรรม ด้วยจิตน้อบน้อม".... สติ มาจากเรี่มฝึก สติปฐานสี่.... ปัญญามาจาก.... //-การเรียนรู้ จนเกิด"ปัญญาญาณ"
1.โดยการเลียนแบบ ที่ทฤษฎี เซลล์กระจกเงา ยืนยัน
(มนุษย์มีเซลประสาท ที่พร้อมก๊อปปี้ ถึง20%
ดังนั้นใกล้ต้นแบบไหน ที่เราเราจะน้อมจิตเป็นอย่างนั้น
พวกทำสื่อโฆษณา เอามาทำมาหากินไง)
2.โดยการเปรียบเทียบ สิ่งที่รับรู้จะเปรียบเทียบ ความจำเดิมว่า
"คืออะไร" เราเคยมีประสพการณ์ เดิมอย่างไร?
ซึ่งจะดึง ความรู้สึก ชอบ ชัง อารมณ์ร่วม ตามมาด้วย
3.โดยการสังเคราะห์ เป็นความรู้ที่อัพเดทขึ้นใหม่
4.โดยการวิเคราะห์ มาแยกแยะ องค์ประกอบ ประโยชน์ โทษ คุณ หน้าที่ คุณค่า
5.โดยการ สร้างใหม่แบบมีเงื่อนไข
เช่น การสั่นกระดิ่ง แล้วให้อาหารสุนักข์
ต่อมา สนักข์จะน้ำลายไหล เมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง
มนุษย์เรียนรู้แบบมีเงื่อนไข ตลอดชีวิต เราจึงมีท่าทีต่างกัน ยามผัสสะโลก
6.โดยการล้างเงื่อนไข
เช่นสั่นกระดิ่ง แต่ไม่ให้อาหารสุนักข์ ตอมาสนักข์ก็ไม่มีน้ำลายไหลอีกต่อไป
มนุษย์ เราผูก ปม อารมณ์ กับองค์ความรู้มากมาย
การฝึกล้างเงื่อนไข จนใจเป็นกลางได้ ทำให้ สติ ปัญญา ที่แท้จริงตื่น
วิธีนี้ คือ"การทำอาสวะให้สิ้น ของพุทธรรม"นั่นเอง
7.โดยการตกผลึก ความคิด
ประสพการณ์ ความรู้รอบตัว ทักษะการใช้ชีวิต
จะหล่อหลอม ทำให้เกิด วิสัยทัศน์ กำหนดจุดยืนชีวิตใหม่
สุงสุดคือ"รู้วิธี ไม่เป็นทาส แรงขับชีวิต(อุปทานในตัณหา)"
รู้วิธี ควบคุม คอมพ์มีชีวิต คือ"ระบบการปรุงแต่ง กาย จิตตนเอง"
จนไม่เป็นทาส ความคิด อารมณ์ อุดมการณ์ องค์ความรู้ 
วัฒนธรรม ประสพการณ์ แรงขับชีวิต หลอกใช้ได้อีก
8.โดยสัญชาติญาณ
ตั้งแต่ ปฏิสนธิ พฤติกรรม จากตัวอ่อน เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่
จะมีการเรียนรู้ที่ฝังมาในยีน ให้มีพฤติกรรมคล้ายๆกัน เพื่อ
อยู่รอด อยู่ร่วม กับธรรมชาติ สังคมได้
9.โดยสหัสชญาญ
เป็นความรู้ ที่สมอง สามารถ เชื่อมต่อกับ ความรู้ของจักรวาล
จะโดยกำเนิด หรึอ ฝึกเรียนรู้ ด้วยความเมตตา เคารพกฎธรรมชาติ
มีมโนธรรม
หรือการ ฝึกฝนตามแนวทาง ทำอารมณ์ให้สงบเย็น มั่นคง(สมถะ)
การฝึกใช้ปัญญา มองเห็นธรรมชาติ ตามความเป็นจริง(วิปัสสนา)
ถ้าเป็นโดยกำเนิดคือการ มีสัญชาติญาณ+ลางสังหรณ์
ถ้าเป็นโดยการฝึกฝน เรียกว่า"มีวิชชา"
หรือวิสัยทัศน์(จักขุมา)อันเกิดจากการใช้ปัญญา
-พุทธะจักษุ.....ใช้สติปัญญ
-ธรรมจักษุ.......ใช้การเข้าใจธรรมชาติ ตามความเป็นจริง
-สมันตะจักษุ.....ใช้ความรอบรู้ ทักษะ หลากหลายวิชาการ พิจรณา หลายแง่มุม
-ทิพย์จักษุ.......คิดแบบ รอบคอบ รอบรู้ ละเอียด ลึกซึ้ง
ซึ่งวิธีคิดแบบชาวพุทธมีคิดแบบสิบมิติ คือ
....มองจากเหตุไปหาผล
.....มองจากผล กลับมาหาเหตุ
.....มองเห็นความสัมพันธ์ เหตุปัจจัย ต่อเนื่อง แบบลูกโซ่
.....มองเห็นเหตุ ที่ทำให้จุดประกายเรี่มต้น
....มองเห็นเหตุ สงเสรีม ให้ เจริญ
.....มองเห็นเหตุ ตัดรอนให้เสื่อม
.....มองเห็นเหตุตัดขาดให้ดับ
.....มองเห็นแบบวิเคราห์แยกแยะองค์ประกอบ
.....มองการทำงานร่วมกันแบบองค์รวม
.....มองเห็น ความเป็นไปได้ และ ไม่ได้ ตามจริง
..............................
//-ชีวิตจริงต้องอาศัย แสงส่องโลก(วิชาการ)
คือความรู้หลากหลาย ความเชี่ยวชาญ งานศิลป์
แสงส่องใจ(วิชชา)
-รู้ว่า ความรู้ที่เก็บเข้ามา
ต้องคัดเลือกแยกแยะ เก็บสิ่ง จริงดี งาม
-รู้ว่า ความทรงจำที่เก็บไว้
ต้องอยู่ในที่สงัด สงบ ปล่อยให้ ออกมา แล้ว"ล้างเงื่อนไข"
ปมเด่น ปมด้อย ทิ้ง ให้ จิต ว่าง วางอุปทานในตัณหา เสีย
-รู้วิธีคิด แบบสร้างสรร ดีต่อชีวิต ชุมชน สิ่งแวดล้อม เป็นมิตร
-รู้วิธี กำหนดอนาคต และส่งมอบสิ่งดีๆ แก่คนรุ่นต่อไป
-รู้เว้นในสิ่งควรเว้น อดทนในสิ่งที่ควรอดทน รู้อภัย ให้แก่ตนและผู้อื่น
รู้วิธี สร้างปฏิสัมพันธ์ทางบวก ยามสื่อสาร อิๆ
-รู้วิธีปลดปล่อย ความสุข สู่เสรีภาพแห่ง ชีวิตที่มีชีวา อย่างแท้จริง


.................................
//-ดังนั้นปัญญา จึงเกิดจาก"คิด"
หรือ
-"ก๊อปโดยไม่ได้คิด"
-เรียนรู้ด้วยการเปรียบเทียบ
-เรียนรู้ด้วยการสังเคราะห์
-เรียนรู้ด้วยการวิเคราะห์
-เรียนรู้ด้วยการสร้างเงื่อนไข
-เรียนรู้ด้วยการ ล้างเงื่อนไข
-เรียนรู้ด้วยการตกผลึกความคิด
-เรียนรู้ด้วยสัญชาติญาณ
-เรียนรู้โดยสหัสชญาณ
.............................
เล่าให้ฟัง ไม่ได้บอกให้เชื่อปู่ลิงนะ สาธุ

จินตนาการ เป็นส่วนหนึ่งของปัญญา

แชร์ 1202 ดู | 1 ความเห็น

Footprints

ความเห็น

  • puling222
    puling222 2013-08-04 22:07
    การล้างเงื่อนไข โดยแยก อารมณ์กับความคิดออกจากกัน
    ทดลอง ด้วยตนเอง คิดถึงเรื่องที่ทำให้เกิดอารมณ์ทุกข์
    เมื่ออารมณ์ทุกข์เกิด ให้หยุดคิด ใช้สติจับลมหายใจ ที่ผัสสะขั้วหัวใจ
    เห็นการ เกิด เจริญ เสื่อมดับ ของอารมณ์
    เพราะสิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ย่อมดับเป็นธรรมดา
    แล้วคิดเรื่องเดิม ให้อารมณ์เกิดใหม่ อารมณ์จะไม่รุนแรงเหมือนครั้งแรก
    ทำซ้ำๆ จนคิดแล้ว"เฉย" ขำๆ เทากับว่า "ล้างแยก ความคิด ที่เคยผูกกับอารมณ์
    เป็นการเรียนรู้ที่เป็นเงื่อนไขได้
    -ทำกับทุกอารมณ์ที่ทำให้เรา ติด พยายาท คิดเบียดเบียน
    อารมณ์ก็จะเหลือแต่ ปิติ สุข เย็น เป็นกลาง ยิ่งๆขึ้น
    สมองก็จะโปร่งเบา เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้มากขึ้น
    สาธุ
    .............................
    วิธีป้องกันไม่ให้ขยะปรุงแต่งจิต(อาสวะ) มาครอบงำชีวาในชีวิต
    1.มีวิสัยทัศน์ เห็น ว่าอะไรเป็นอกุศล ไม่ควรเก็บมาใส่ใจ
    คนร้าย ความคิด ระบบชั่วร้าย ต้องไม่นำเข้ามาเก็บไว้
    2.มีวิสัยทัศน์ ว่า สิ่งไหนควรเว้น
    3.มีวิสัยทัศน์ว่า สิงไหนต้องอดทน หากไม่มีทางหลีกเลี่ยง
    4.มีวิสัยทัศน์พิจรณา ก่อนที่จะเอามาใช้ ไม่ให้เป็นทาส
    5.ระลึก เอาความรู้ผิด ที่ผูกเป็นเงื่อนไขมาล้าง แยก
    ความคิด อารมณ์ออกจากกัน
    6.คิดแบบสิบมิตเป็น เพื่อป้องกัน ไม่ให้ ความคิดแบบสร้างเพลิงทุกข์ เพลิงกิเลส มามีอำนาจอีก
    7.ฝึก ยอมรับ กฎธรรมชาติ วิวัฒนาการธรรมชาติ พัฒนาการธรรมชาติ
    วัฒนธรรมมนุษย์ จิตตน และจิตผู้อื่น ฝึกให้อยู่รอด อยู่ร่วมอย่างมีสติ สันติธรรม
    8.ทบทวน ฝึกฝน สร้าง ความแข็งแรงของ สติ ปัญญา มโนธรรมประจำ
    9.คบสัตบรุษ
    สาธุ