เข้าระบบ

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

  ล ง ท ะ เ บี ย น  

puling222

puling222的บล๊อก

puling222的主頁 | ดูทั้งหมด

รู้จัก พลังจิต

2012-10-26 20:33
ประเภทของพลังจิต 


พลังจิตที่มักได้ยินบ่อยๆ 


Telepathy อ่านความคิดและส่งความคิดถึงคนอื่นได้ เช่นการอ่านใจและการเห็นคำพูดในความคิดของผู้อื่น และอาจมีการส่งคำพูดจากความคิดของตนเข้าไปในสมองผู้อื่นโดยตรง 

Psychometry อ่านความทรงจำคนอื่นได้ หรือความทรงจำจากสิ่งของและสิ่งมีชีวิตอื่น โดยจะเห็นชัดจากความทรงจำที่ฝังแน่น มักอ่านจากการ แตะ สัมผัส เพ่งความรู้สึก สิ่งที่อ่านได้อาจมีทั้งภาพ เสียง หรือแรงของจิตสัมผัส 

Clairvoyance ตาทิพย์ การมองเห็นเหนือประสาททั้งห้า เช่นการมองเห็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือสถานที่ที่ไม่เคยไปหรือไม่รู้จักมาก่อน เห็นสิ่งที่คนปกติไม่เห็นเช่นสิ่งของหรือสถานที่ที่ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดหรืออยู่ไกลมากๆ 

Clairaudience หูทิพย์ ได้ยินในสิ่งที่คนอื่นไม่ได้ยิน การได้ยินเสียงหรือคำเตือนในสมอง หรือการได้ยินจากภายนอก สามารถแยกเสียงต่างๆออกได้อย่างชัดเจน ได้ยินเสียงที่ไกลหรือเบามากๆ 

Claiesentience,Intuition การรับรู้เหนือประสาททั้งห้าอย่างชัดเจน เช่นถ้าไปยืนอยู่ในที่ที่เป็นสนามรบเก่าจะรู้สึกอึดอัด หรือการรับรู้แบบเห็นเป็นสีในจิตใจ 

Empathy การสัมผัสได้ถึงความต้องการกระทำของผู้อื่น เช่นการเข้าใจจิตใจของผู้อื่นหรือการรับรู้ถึงจิตสังหาร 

Precognition การเห็นอนาคตที่ควรจะเป็นหรืออาจเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจเกิดการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ มีตั้งแต่เบาบางถึงแจ่มชัด เช่นการมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี 

Psychokinesis,Telekinesis การยกหรือเคลื่อนย้ายวัตถุหรือทำสิ่งต่างๆโดยปราศจากเงื่อนไขทางฟิสิกส์ เช่นการงอช้อน การยกสิ่งของลอยในอากาศ 

Leviation การลอยตัวในอากาศได้โดยปราศจากการช่วยเหลือทางฟิสิกส์ 

Teleportation การเคลื่อนย้ายสิ่งของหรือตนเองจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยการแทนที่โดยฉับพลันเช่นการวาร์ป หรือการสลับสิ่งของโดยไม่แตะต้องหรือเคลื่อนย้ายด้วยวิธีทางฟิสิกส์ 

Time Traveller ผู้มีความสามารถเกี่ยวกับเวลา นักท่องเวลา มีความสามารถแตกต่างกันออกไป เช่นย้อนเวลา สามารถหนีจากปัจจุบันหรืออนาคตเพื่อไปแก้ไขเรื่องในอดีตได้ ลบเวลา สามารถลบช่วงเวลาส่วนเกินที่ไม่ต้องการออกได้ นักข้ามเวลาสามารถเดินทางไปมาระหว่างมิติคู่ขนานของอดีต ปัจจุบัน อนาคตได้ หยุดเวลา สามารถเดินทางข้ามมิติของเวลาที่หยุดนิ่งได้ แต่ส่วนใหญ่จะเกิดผลเสียต่อผู้ใช้ เช่นการหลงอยู่ในมิติเวลา หรือส่งผลต่ออายุขัยและร่างกายของผู้ใช้ 

Invisibility พลังในการล่องหนหายตัว สามารถหักเหแสงบิดเบือนการสะท้อนการมองเห็นหรือลบตัวตนและจิตของตนออกไปจากการสัมผัสของผู้อื่น 

--------------------------------------------------------------------- 
พลังจิตอื่นๆ 

Animal Telepathy การอ่านภาษาของสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตอื่น เป็นการคุยกันด้วยภาษาจิต 

Chanelling การติดต่อกับสิ่งมีชีวิตหรือจิตเหนือธรรมชาติ เช่นวิญญาณ เทวดา หรือมนุษย์ต่างดาว 

Automatic Writing สามารถเขียนบางอย่างที่ผิดไปจากปกติโดยไม่ต้องใช้การรับรู้ใดๆ เหมือนกับการถูกบางอย่างสิงที่มือไปชั่วขณะ 

Aura Reading การมองเห็นออร่าหรือพลังชีวิต 

Divination ผู้ทำนายอนาคต หยั่งรู้อนาคต 

Astral Projection การถอดจิตและท่องไปตามที่ต่างๆที่ร่างการไม่สามารถไปได้ 

Bi-Location เหมือนกับการถอดจิต แต่สามารถสร้างร่างแยกของตนขึ้นมา โดยเป็นตัวเองอีกคนให้คนอื่นเห็นในคนละสถานที่กับที่ร่างกายจริงอยู่ 

Mind Over Body ผู้ที่สามารถปลดปล่อยร่างกายให้ปราศจากความต้องการพื้นฐานเช่นการดื่มน้ำ กินอาหาร นอนหลับ แต่ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้เหนือกว่าคนปกติ หรือมีสภาวะร่างกายเหมือนการจำศีล เช่นโยคี 

Mind Control ควบคุมจิตใจผู้อื่น สร้างภาพลวงตาขึ้นเพื่อหลอกการเห็น หรือการยิงภาพเข้าไปในสมองโดยตรง 

Hypnotic Control การสะกดให้ผู้อื่นหลับด้วยพลังจิต 

Mental Invisibility การซ่อนจิตของตนเองจากการรับรู้ของผู้อื่น 

--------------------------------------------------------------------------- 
พลังจิตสายควบคุม 

Echokinesis ความสามารถในการเลียนแบบการเคลื่อนไหวของผู้อื่นได้ไม่ผิดเพี้ยนจากการมองเห็น แม้แต่การเคลื่อนไหวเกินความสามารถของตนเอง

Photokinesis ควบคุมแสงและพลังงานที่เป็นไปตามกฏทางฟิสิกส์ แต่ใช้จิตควบคุม 

Pyrokinesis การควบคุมไฟ จุดไฟ ควบคุมการเกิดไฟหรือทิศทางของไฟด้วยจิต 

Aquakinesis,Hydrokinesis ควบคุมน้ำให้เกิดการเคลื่อนไหวและรูปร่าง รวมทั้งควบคุมมวลของน้ำได้ดั่งใจ 

Cryokinesis ควบคุมความเย็น เปลี่ยนอุณหภูมิให้ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ทำให้เกิดผลึกบนน้ำหรือเลือกบนร่างกาย หรือการทำให้น้ำในอากาศเป็นผลึกได้ตามต้องการ 

Thermokinesis ควบคุมอุณหภูมิความร้อนของสิ่งต่างๆได้ แต่ไม่สามารถควบคุมไฟได้ 

Aerokinesis ควบคุมเกี่ยวกับลม ก๊าซ และอากาศรอบตัว เรียกให้เกิดลมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและควบคุมสมบัติของก๊าซ ควบคุมความดันบรรยากาศรอบตัว 

Geokinesis,Terrakinesis ควบคุมธาตุดินให้เกิดความแปรผันได้ดั่งใจ รวมไปถึงของแข็งชนิดต่างๆที่อยู่รวมกับธาตุดินด้วย 

Electrokinesis ควบคุมประจุไฟฟ้าและสายฟ้าได้ดังใจ 

Atmokinesis ควบคุมฟ้าฝน บรรยากาศ และลักษณะอากาศได้ เป็นความสามารถที่รวมระหว่างการคุมอุณหภูมิความร้อน อากาศ และสายฟ้า 

Atmoskinesis ควบคุมธาตุหลักทั้งสี่ได้ คือดิน น้ำ ลม ไฟ อาจรวมถึงสายฟ้าด้วย 

Biokinesis เหมือนกับการควบคุมธาตุทั้งสี่ แต่จะสามารถคุมได้ถึงระดับการเจริญเติบโตทาง DNA ได้ เช่นเปลี่ยนแปลงรูปแบบธาตุและ DNA ของตัวเองให้เกิดลักษณะพิเศษตามต้องการ 

Gravitokinesis ควบคุมเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงได้ แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปในทิศทางอื่นได้นอกจากทิศแรงโน้มถ่วง 

Magnokinesis ควบคุมแรงแม่เหล็กและสนามแม่เหล็กในบริเวณที่ต้องการ สามารถใช้ควบคุมโลหะให้เคลื่อนที่ได้ดั่งใจด้วย 

Vitakinesis การรักษาตัวเองจากอาการบาดเจ็บ 

Audiokinesis การควบคุมคลื่นเสียงหรือก่อกำเนิดเสียงด้วยจิต 

Hemokinesis ควบคุมรูปแบบของเซลล์เม็ดเลือดได้ รวมทั้งการถ่ายเทเลือดด้วย คล้ายกับการควบคุมน้ำ 

Particle Manipulation ควบคุมสิ่งต่างๆในระดับอะตอมหรือโมเลกุล หยุดอนุภาคเหล่านั้นหรือทำให้ระเบิดออกก็ได้ 

----------------------------------------------------------------- 

***แบ่งพลังจิตตามหมวดของพระพุทธศาสนา*** 

***สายเตวิชโช*** 

ญาณ ๘ หรือ วิชชาทั้ง ๘  
๑. ทิพจักขุญาณ รู้เห็นผี เทวดา สวรรค์ นรก พรหม เห็นพระนิพพาน 
๒. จุตูปปาตญาณ รู้ว่าสัตว์ที่ตายไปแล้วไปเกิด ณ ที่ใด 
๓. เจโตปริยญาณ รู้อารมณ์จิตของคนและสัตว์ 
๔. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกชาติที่เกิดมาแล้วในกาลก่อนได้ 
๕. อตีตังสญาณ รู้เหตุการณ์ในอดีต 
๖. อนาคตังสญาณ รู้เหตุการณ์ในกาลข้างหน้าต่อไปได้ 
๗. ปัจจุปปันนังสญาณ รู้เหตุปัจจุบันว่า ขณะนี้อะไรเป็นอะไร 
๘. ยถากัมมุตาญาณ รู้ผลกรรมของสัตว์ บุคคล เทวดา และพรหม ได้ว่าเขามีสุข มีทุกข์ เพราะผลกรรมอะไร 
------------------------------------------------------------ 
***สายอภิญญา*** 
กสิน ๑๐ แบ่งกลุ่มได้ ๓ กลุ่ม คือ 
๑. กลุ่มภูตกสิน (มหาภูตรูป ๔ กอง) 
๒. กลุ่มวรรณกสิน (สี ๔ กอง) 
๓. กลุ่มกสินอื่น ๆ (๒กอง) ได้แก่ 

๑. ปฐวีกสิน คือ ดิน สามารถทำของแข็งให้อ่อนได้ และสามารถสร้างดิน/ควบคุมธาตุดินได้ เช่น ทำให้โลหะอ่อนตัว 
๒. อาโปกสิน คือ น้ำ สามารถทำของอ่อนให้แข็งได้และสามารถสร้าง/ควบคุมธาตุน้ำได้ เช่น ทำน้ำให้แข็ง เดินบนน้ำได้ 
๓. เตโชกสิน คือ ไฟ สามารถสร้างและควบคุมธาตุไฟได้ 
๔. วาโยกสิน คือ ลม สามารถสร้างและควบคุมธาตุลมได้ 
๕. นีลกสิน คือ สีเขียว  สามารถเปลี่ยนสีสิ่งต่างๆได้กลายเป็นสีเขียว /สีฟ้า/ม่วงได้ 
๖. ปิตกสิน คือ สีเหลือง สามารถเปลี่ยนสีสิ่งต่างๆให้กลายเป็นสีเหลือง/สีทองได้ 
๗. โลหิตกสิน คือ สีแดง สามารถเปลี่ยนสีสิ่งต่างๆให้กลายเป็นสีแดงหรือสีโทนแดงได้ 
๘. โอทาตกสิน คือ สีขาว สามารถเปลี่ยนสีสิ่งต่างๆให้กลายเป็นสีขาวได้ (มีผลกับการฝึกตาทิพย์และการปฏิบัติธรรม) 
๙. อาโลกสิน
 คือ แสงสว่าง สามารถสร้างแสงสว่างได้ดั่งใจนึก (มีผลกับการฝึกตาทิพย์และการปฏิบัติธรรม) 
๑๐. อากาสกสิน คือ อากาศ สามารถสร้างอากาศหายใจได้ เช่นสามารถอยู่ใต้น้ำ หรือในอวกาศ หรือสถานที่ๆไม่มีอากาศได้ 

อภิญญา ๕ คือสามารถฝึกญาณ ๘ ให้ได้ทั้งหมดและกสินตั้งแต่ ๔ กสินกองขึ้นไปจนสามารถใช้การได้คล่อง (เพราะกสินอีก ๖ กอง ที่เหลือหากฝึกต่อก็ไม่ยากแล้ว ต่างกันแค่กำหนดจิต)แต่ยังมีวันเสื่อมได้ 

อภิญญา ๖ เหมือนกับอภิญญา ๕ แต่ไม่มีวันเสื่อม ต้องเป็นพระอริยเจ้าตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไปเท่านั้น


จักรวาลสร้างจาก ของคู่

แชร์ 5882 ดู | 2 ความเห็น

Footprints

ความเห็น

  • puling222
    puling222 2013-10-27 05:10
    1.การฝึกเพ่งรูป (รูปฌาน)
    จบลงที่ "มีอารมณ์ สงบ เยือกเย็นมั่นคง"
    ฤทธิ์อื่นๆ เป็น ของแถมไม่ใช่เป้าหมาย
    อารมณ์ที่ดีที่สุดของมนุษย์คือ
    -ปิติ
    -สุข
    -อุเบกขา
    -เอกัคคตา จิตเป็นหนึ่งเดียวกับ ธรรมชาติสูงสุด เท่าที่มนุษย์จะ ผัสสะได้ คือ
    บรมสุข(สัมโภคกาย) บรมธรรม(ธรรมกาย) เหนืออำนาจมายาการ(นิรมานกาย)
    2.การเพ่งเสียง(อรูปฌาน)
    จบลงที่ การยอมรับ ความรู้ยิ่งของ ธรรมชาติ
    เลิกยึดเอา ตัวตู ของตู ใหญ่กว่า ธรรมชาติอื่น
    -ยอมรับว่า จักรวาล ไม่มีที่ สิ้นสุด
    -ยอมรับว่า ความรุ้ของจักรวาล ไม่มีที่สิ้นสุด
    -ยอมรับว่า จักรวาล สร้าง ดำเนิน ดำรงค์เพราะ ของคู่ต้องข้าม
    ทำหน้าที่ สังเคราะห์ สงเคราะห์ สงคราม สันคติ สมดุลย์ ต่อกัน
    ของความมีระเบียบ กับความไร้ระเบียบ
    -ยอมรับว่า ทุกสิ่งมีหน้าที่ ดำเนินตามบทบาทหน้าที่
    แต่ มนุษย์โชคดี เขียนบทใหม่ ให้ตนเล่นได้ ตามกฎเหตุ ปัจจัยปรุ่งแต่ง
    ......................................
    3.การเพ่งความจริงธรรมชาติ( อริยะฌาน หรือ ไตรลักษ์ฌาน)
    จนเห็นการทำหน้าที่ของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
    จนเลิก อุปาทาน ในตัวตู ของตู
    สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบต่อมาคือ
    "การล้างความรู้ที่เป็นเงื่อนไข"
    ที่เราเอา
    -รูป พลังงาน วัตถุ ที่ประกอบเป็นเรา และสิ่งแวดล้มที่รับเข้ามา
    -เวทนา กระแสประสาท ที่รับ ประมวลประเมิน สั่งการ
    -สัญญา ความทรงจำ
    -สังขาร การปรุงแต่ง ด้วยขบวนการ คิด มีเจตนา(จิต) บุคลิกภาพ(ภพ)
    -วิญญาณ ความรู้ ที่เกิดแต่ละครั้ง เมื่อ หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ความระลึกอดีต ทำงาน ผัสสะโลก ธรรม
    เมื่อ แยก องค์ประกอบ เอา ความรู้ใหม่ในไตรลักษ์ ผูกแทน
    ชีวิตก็จะมีชีวา อิสระ จาก กาะแส โลก กระแสธรรม กระแสธรรม
    พบกระแส ที่เย็น ไม่อยู่ในอำนาจทุกข์ สุข และความอยากเกินเหตุ
    เป็นชีวิตใหม่ เกิดในร่างเดิม
    มีสัมมาสติ โพธิปัญญา ครองชีวิต กุมสภาพจิต วัดผลจาก
    "ผัสสะ โลก ธรรม.....................ด้วยสติกุมสภาพจิต
    จิตจึงเบิกบาน.........................ไร้กิเลส มาปนนั่น
    จิตจึงมั่นคง ในอารมณ์ มโนธรรม....อันดี เสมอกัน
    ใครทำได้อย่างนี้นั่น..................ชีวิต มีชีวา ประสบ บรมโชคดีฯ"
    จาก มงคลสูตร
  • puling222
    puling222 2013-10-27 05:22
    ชีวิตที่ไม่เป็นทาส อารมณ์ ไม่เป็นทาสความรู้ ไม่เป็นทาส มายาการ
    ที่
    -กฎธรรมชาติ
    -วิวัฒนาการธรรมชาติ
    -พัฒนาการธรรมชาติ
    -วัฒนธรรม
    ธรรมชาติ
    เขียนบทให้เราเล่น เรี่มจาก ฝึกๆๆๆ
    -การกำหนดรู้ ด้วยสติติดตามลมหายใจเข้าออก
    ปรับอารมณ์ให้สมดุลย์ แยกความคิด ออกจากอารมณ์ได้
    -สติ ติดตามอริยาบท ตนเอง
    -สติ มีสัมปชัญญะ กาย จิต สติ มิได้แยกจากกัน
    -สติ อยู่ในปัจจุบันขณะ เสมอ จนเป็น ธรรมชาติปกติของตนเอง หรือ
    "มีฌานทุกขณะจิต" เป็น อุดมคติแบบ"เซน"
    -มีทั้งรูปฌาน(คุมอารมณ์ให้สงบ เย็นมั่นคงได้)
    -มีทั้งอรูปฌาน(คุมความคิด ความรู้ ไม่ให้ฟุ้งซ่านได้)
    -มีทั้งอริยะฌาน(คุมอหังการ สังโยชน์ ในตนได้)
    จนพบ จิตที่ไม่หวั่นไหว ด้วยโลกธรรม ของคู่ กระแสกรรม กระแสธรรม(อจลนาถจิต)
    สาธุ