เข้าระบบ

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

  ล ง ท ะ เ บี ย น  

puling222

puling222的บล๊อก

puling222的主頁 | ดูทั้งหมด

อาสวะ สาสวะ อนาสวะ ในพุทธรรม

คำค้น:พุทธะ  ศาสนา  ปรัชญา  สามโลก  ปู่ลิง  2013-08-27 08:03
พุทธศาสนา สามมิติ
1.พุทธศาสนา เพื่อสืบทอด วัฒนธรรมของพระศาสนา
พุทธศาสนา ที่เป็นวัฒนธรรม จะประกอบด้วย
1.1-ศาสนธรรม.....คำสั่งสอน
มีทั้งคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้า และ เถระ ความเห็นอาจารย์ รวมเป็น พระปิฎก ฯลฯ
ในรูปแบบ
....ธรรมาธิษฐาน 
อธิบายเป็นภาษา หลักการ เหตุผล
....บุคลาธิษฐาน 
เป็นภาษาวรรณคดี มีอภินิหารเหนือจริง สมมุติเป็นบุคคลตัวตน
แต่ถอดความ มี ธรรมมาธิษฐาน ซ่อนอยู่ เช่น ชาดก ทศชาติ
ก็คือ บารมี สิบ ที่ควรเจริญให้ยิ่ง
....อวจนะภาษา
ภาษาที่ไม่ใช่คำพูด เช่นภาษาท่าทาง ภาษาจิต ภาษาศิลป์
1.2 ศาสนวัตถุ เช่นวัด พุทธศิลป์
1.3ศาสนกิจกรรม
เช่นประเพณี พิธีกรรม แต่ละวัฒนธรรมแตกต่างกันไป
...................................
2.พุทธศาสนาที่เป็น"ธรรมบาล"
หลักคุ้มครองสังคม ให้มี สติ สันติ อหิงสา สามัคคี ดีด้วยกัน
มีหลักธรรมอยู่สามคู่
-ให้ มีบุพการี-กตัญญูชน มากขึ้นในสังคม
มีคนที่ยินดี ทำบุญคุณให้ผู้อื่น มีคนที่ยินดี ตอบแทนบุญคุณนั้น
-ให้ มี หิริ -โอตตัปปะ
มีคนที่ รู้จักละอาย และเกรงผลร้ายของ อกุศล และเลิกทางอบายมุข
-ให้มี มงคลชีวิต และสุขจากการแบ่งปัน หมุนเวียน
วัตถุปัจจัยดำรงชีพ ความรู้ โอกาส อภัยแก่กัน
.........................
3.พุทธศาสนา ที่"ทำนิพพานให้แจ้ง"
คือฝึก ให้พ้น เพลิงอารมณ์ทุกข์ เพลิงกิเลส
พ้น อุปาทานสี่ ด้วย การ"ทำอาสวะให้สิ้น"
พุทธศาสนา จึงมี"สัมมาทิฐิ" สองชั้น
-พุทธศาสนา ที่เป็น เพื่อสืบวัฒนธรรม เป็นธรรมบาล
ที่มุ่งให้มนุษย์ ละอกุศล เจริญกุศล
จึงมีสัมมาทิฎฐิ แบบ"สัสสตทิฐิ" หรือ"จิตนิยม"
หรือสัมมาทิฎฐิแบบ"สาสวะ"
...........................
๗. มหาจัตตารีสกสูตร (๑๑๗)   
[๒๕๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัมมาทิฐิเป็นไฉน 
ดูกรภิกษุทั้งหลายเรากล่าวสัมมาทิฐิเป็น ๒ อย่าง คือ 
-สัมมาทิฐิที่ยังเป็นสาสวะ 
เป็นส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันธ์ อย่าง ๑ 
-สัมมาทิฐิของพระอริยะ ที่เป็นอนาสวะ 
เป็นโลกุตระเป็นองค์มรรค อย่าง ๑ ฯ
             


[๒๕๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัมมาทิฐิที่ยังเป็นสาสวะ 
เป็นส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันธ์ เป็นไฉน คือ
 ความเห็นดังนี้ว่า 
-ทานที่ให้แล้ว มีผล 
-ยัญที่บูชาแล้ว มีผล 
-สังเวยที่บวงสรวงแล้ว มีผล 
-ผลวิบากของกรรมที่ทำดี ทำชั่วแล้วมีอยู่ 
-โลกนี้มี 
-โลกหน้ามี 
-มารดามี บิดามี 
-สัตว์ที่เป็นอุปปาติกะมี 
-สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้ดำเนินชอบ ปฏิบัติชอบ 
ซึ่งประกาศโลกนี้โลกหน้าให้แจ่มแจ้งเพราะรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในโลก มีอยู่
 นี้สัมมาทิฐิที่ยังเป็นสาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ
ให้ผลแก่ขันธ์ ฯ
             


[๒๕๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัมมาทิฐิของพระอริยะ
ที่เป็นอนาสวะเป็นโลกุตระ 
เป็นองค์มรรค เป็นไฉน 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
-ปัญญา ปัญญินทรีย์ปัญญาพละ
- ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ 
-ความเห็นชอบ องค์แห่งมรรค 
ของภิกษุผู้มีจิตไกลข้าศึก มีจิตหาอาสวะมิได้
 พรั่งพร้อมด้วยอริยมรรค เจริญอริยมรรคอยู่นี้แล
 สัมมาทิฐิของพระอริยะที่เป็นอนาสวะ เป็นโลกุตระ เป็นองค์มรรค ฯ
             
ภิกษุนั้นย่อมพยายามเพื่อละมิจฉาทิฐิ เพื่อบรรลุสัมมาทิฐิ ความพยายามของเธอนั้น เป็นสัมมาวายามะ ฯ
             
ภิกษุนั้นมีสติละมิจฉาทิฐิได้ มีสติบรรลุสัมมาทิฐิอยู่ สติของเธอนั้นเป็นสัมมาสติ ฯ
             
ด้วยอาการนี้ ธรรม ๓ ประการนี้ คือ สัมมาทิฐิ สัมมาวายามะสัมมาสติ ย่อมห้อมล้อม เป็นไปตามสัมมาทิฐิของภิกษุนั้น ฯ

....................
ดังนั้น วันนี้เรา พบคำในพุทธธรรมคือ
-อาสวะ....ขยะปรุงแต่งจิต ที่เป็นอุปสรรค์พัฒนา ภูมิจิตภูมิปัญญา ต้องฝึก ลด ละ เลิก ล้างให้หมดจากใจ ไม่หลงเอา อุจเฉททิฐิ (วัตถุนิยม)มาเป็นเครื่องนำทางชีวิต
-สาสวะ...ขยะปรุงแต่จิต ฝ่ายกุศล ที่ต้องยึดในเบื้องต้น เพื่อ ให้จิต ยินดีในการ ละอกุศล เจริญกุศล จนเคารพความดีตนเองได้
-อนาสวะ...ขยะปรุงแต่งจิต ที่เป็นกุศล ก็ต้องละทิ้ง เพื่อพ้น ความยึดติด ในอุปาทานในตัณหา อุปาทานในขันธุ์ห้า
อันเป็นเหตุ แห่งเพลิงทุกข์ เพลิงกิเลส ที่ทุกคนต้องดับ
จนชีวิตไม่เป็นทาสทุกข์ 
ไม่เป็นทาส สุข 
อาลัยในอกุศล และกุศล แต่เย็น สาธุละ
สัมมาทิฎฐิ ที่ เพื่อ"ทำอาสวะให้สิ้น"
จึงต้องอยู่ท่ามกลาง จิตนิยม(สัสสตทิฐิ) และวัตถุนิยม(อุจเฉททิฐิ)
ด้วยสติปัญญา กุมสภาพจิต เบิกบาน มั่นคงในอริยธรรม มนุษย์ธรรม นั่นเอง

ชีวิตคือ มายา ลีลา อนัตตา ของธรรมชาติ

แชร์ 7403 ดู | 0 ความเห็น

Footprints

ความเห็น