เข้าระบบ

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

  ล ง ท ะ เ บี ย น  

puling222

puling222的บล๊อก

puling222的主頁 | ดูทั้งหมด

มารทั้งห้า

คำค้น:มาร  พุทธ  ปรัชญา  ปู่ลิง  2013-10-30 06:45
 //-อันร่างกาย กว้างศอก ยาววา.........เรียกว่า สังขารโลก
รวมทุกข์ สุข โศก เอาไว้...............ใคร่เฉลย
จิต สงบ สะอาด สว่าง....................ดังเคย
เจ้ามารเอ๋ย...............................เสียเวลา ค้นหาเราฯ
(วรธัมโม สวนโมกข์)
มาร มาจากภาษาเปอร์เชียร์โบราญ
มาร มาจากคำว่า มาร์นี่ แปลว่า"แสงสว่าง" เป็นเทพเจ้าสูงสุดของเปอร์เชีย(พวกบูชาไฟ หรือ ชฎิล)
เมื่อ มาถึงอินเดียโบราญ แปลว่า"แสงสว่างเทียม"
คือเป็นแสงส่องทางชีวิต หากไปหลงไหล สู่ทุคติ แน่นอนครับผม
ซึ่งพระพุทธเจ้า ตรัสเทศนา ถึง ไฟภายในที่ไม่ควรบูชาคือ
"ไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ"
ไฟที่ควรบูชาคือ คือ "ไฟแห่งสัมมาสติโพธิปัญญา"
.....................................
มารในพุทธศาสนา หมายถึง เครื่องปิดกัน การพัฒนา ภูมิจิต ภูมิธรรม ของมนุษย์ มีห้า สภาวะ
1.ขันธ์มาร
คือ ชีวิตที่ประกอบกัน ทำงานเหมือนคอมพ์พิวเตอร์มีชีวิต
-รูป.........ข้อมูลที่เป็นพลังงาน วัตถุ ไหลเข้าออก ระหว่างกาย กับสิ่งเร้าภายนอก
-เวทนา...ความรู้สึก อันเกิดจาก การทำงานระบบประสาท
-สัญญา...ความทรงจำ ที่เก็บไว้ 
-สังขาร...คือขบวนการปรุงแต่ง ของธรรมชาติชีวิต มี วจีสังขาร(ความคิด) จิตสังขาร(เจตนา)กายสังขาร(บุคลิกภาพ)
-วิญญาณ..คือความรู้ ที่ หู ตา จมูก ลิ่น กาย ใจคนึงหา มาผสมกับความทรงจำ ปรุงแต่งใหม่..เป็นความรู้ใหม่ เกิด ดับ ตลอดเวลา
ใครไปยึดมั่นจริงจังว่าเป็นตัวตู ของตูอมตะ เพลิงอารมณ์ทุกข์ เพลิงกิเลส เกิดครับผม
"กล่าวโดยย่อ อุปาทานในขันธ์ห้า อุปาทานในตัณหานั่นคือตัวทุกข์"
2.อภิสังขารมาร
คือความคิดปรุงแต่งแบบ ขาดสัมมาสติ โพธิปัญญาควบคุม
จึงสร้างอารมณ์ ความยึดมั่น เกิดบุคลิกภาพต่างๆ มาครองกายหยาบ ให้ ทุกข์ หลง
3.เทวบุตรมาร
คือความสมใจ สะใจ ทำให้เราต้องตั้งความหวัง ไล่จับ
ทำให้บุคลิกภาพ เปลี่ยนไปตามูมิจิตต่างๆ เช่น เป็นภพอบาย ภพมนุษย์ ภพเทวด ภพ พรหม เป็นต้น
4.กิเลสมาร
คือสัญชาติญาณดิบ ที่ช่วยให้มนุษย์เอาตัวรอด
ด้วยความ อยากชนะ อยากยิ่งใหญ่ อยากเป็นอมตะ อยากเป็นที่ยอมรับของสังคม
แต่ถ้าไม่รู้จักควบคุมบวช ให้เป็น โพธิ ก็จะกายเป็นเครื่องปิดกั้น ทำลายตนเองและผู้อื่น
ด้วยความ สกปรก เศร้าหมอง กระวนกระวาย ไม่สงบ
จาก กิเลส กรรม วิบาก วิบัติ ทุคติ อันมาจาก เจตนาที่เป็นอกุศลธรรม
"จิตเดิมเป็นประภัสสร (สว่างดุจพระอาทิตย์พันดวง)เศร้าหมองเพราะอุปกิเลสที่จรมา"
วัฒนธรรมมนุษย์ จึงสรรเสริญ การควบคุมกิเลส โดยแยกอะไรเป็นอกุศลพึงละ กุศลพึงเจริญให้ยิ่ง
เพื่อลด อธิพลกิเลส หรือ "บวชกิเลส เป็นโพธิ เอาความอยากไปทำสิ่งที่เป็นมงคลชีวิตแทน"
5.มัจจุราชมาร
คือเวลา เวลากลืนกินสรรพสิ่ง รวมทั้งตัวเวลาเอง
บุคคลที่น่าสงสารในโลกคือ
-คนที่ไม่รู้.... รู้โลกเป็นปราชญ์ ฉลาดรู้ทันจิต ยกระดับจิต พ้นอาสวะ คือพุทธะ
-คนที่ คิดไม่เป็น....ต้องฝึกคิด สิบมิติให้เป็น
-คนที่ มีผู้รู้มาบอก แต่ไม่ฟัง
-คนที่ อัตตาใหญ่ จนไม่มีใครกล้าสอน
-คนที่ใกล้หมดลม เลยหมดโอกาส พัฒนา ภูมิจิต ภูมิธรรม ภูมิปัญยษ เป็น อริยะ พุทธะ
............................
มารทั้งห้า ต้องมีสติ ปัญญาคอยตรวจสอบ จิตตน เสมอ 
และฝึก ไม่ตกเป็นทาส มารทั้งห้า
เราจึงเดินทางใน กุศล และ มรรคแปด อันประเสรีฐ 
สู่ สุคติ และ ความเย็นแห่งชีวาในชีวิต เหนือเพลิงอารมณ์ทุกข์ เพลิงกิเลส
หรือไม่ไปสู่ ทุคติ สุคติ แต่อยู่เหนือโลกย์ หรือ"โลกุตระภูมิ"  สาธุ

ชีวิตดั่งผีเสื้อ พัฒนาจาก ไข่หนอน เป็นหนอน เป็นดักแด้ และมีปีกโบยบินอิสระ

แชร์ 1890 ดู | 0 ความเห็น

Footprints

ความเห็น