เข้าระบบ

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

  ล ง ท ะ เ บี ย น  

puling222

puling222的บล๊อก

puling222的主頁 | ดูทั้งหมด

ตำนาน สงกรานต์ ฉบับปู่ลิง

คำค้น:ฮินดู  พุทธะ  ไทย  ปู่ลิง  2014-04-13 08:24
//-วัฒนธรรมไทย ส่วนหนึ่งรับมาจาก แดนภารตะ(อินเดีย)
ประเพณีต่าง จึงเกี่ยวข้อง กับอินเดีย แต่ก็แปลงมาเป็นแบบ ไทยๆ
จนบางที่หาเค้าเงื่อนเดิมมิได้ เอามาเล่าไว้ อย่าพึ่งเชื่อ
.....................
เดิม อินเดีย ปกครองทาง ปรัชญาแบบ"พราหมณ์"
เพราะ ชาติตระกูลนี้ ฉลาด และ ใช้วาจา สั่งสอน คน ให้เป็นมนุษย์
และพราหมณ์ ก็ประกาศว่า ตนเป็น"ปาก" พระพระมนู...(ผู้สร้างมนุษย์)
การที่จะเป็นมนุษย์ ต้องมี จักรสี่ มนุษย์ธรรมสี่ อาศรมสี่
1.จักรสี่
คือ การหมุนเวียให้เกิด ความเจริญ วัฒนธรรมมนุษย์คือ
-ภาษา
-วรรณคดี
-ประเพณี
-มนุษย์ธรรม
2.มนุษย์ธรรมสี่
-คุณธรรม
-จริยะธรรม
-วัฒนธรรม
-ปรมัตถ์ธรรม
3.อาศรมสี่
คือวัตรปฏิบัติ เหมาะสมกับวัย
-พรหมจรรย์
-คฤหัสถ์
-วานปรัสถ์
-สันยาสี
........................
ต่อมาการเกิดขึ้นของพุทธะเจ้า ทำให้มีอริยะสัจจ์สี่ ในปรัชญาของอินเดีย
-ทุกข์
-สมุทัย
-นิโรธ
-มรรค
.........................
การเดินขึ้นของพุทธะเจ้าเพื่ออนุเคราห์ สามโลกให้พ้นจาก ความทุกข์
พุทธะเจ้าแยกความทุกข์เป็น สามมิติ และบอกวิธีชนะทุกข์ อย่างถาวรมาให้
1.สภาวะทุกข์
ธรรมชาติที่ปรุงแต่งเปลี่ยนแปลง..
ธรรมชาติปรุงแต่งทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้
ธรรมชาติทั้งหลาย กำลังเป็นไปตามกฎเหตุ ปัจจัยปรุงแต่ง หาได้เป็นดั่งใจเราไม่
การ"ทำใจรับสภาพ และปรับตัว อยู่รอด อยู่ร่วม
สร้างเหตุปัจจัยปรุงแต่งที่เป็นกุศล วิมุติ ย่อมอยู่กับสภาวะทุกข์อย่างมีสติ
2.เวทนาทุกข์
เกิดจากระบบ รับรู้ ประเมินผล โปรแกรม การให้รางวัล ลงโทษ จากระบบประสาท สมองทำงาน
เรารับรู้ได้ถึง ความเจ็บ ปวด ความทุกข์ ทรมาร นั้นได้
ทรงสอนให้ฝึก อดทน อดกลั้น สิ่งที่มากระทบ เกินกว่ามนุษย์ทั่วไป
3.อารมณ์ทุกข์
การจากการปรุงแต่ง ของ"จิตสำนึก"
คือ ความคิด อารมณ์ เจตนา(อุดมคติ) ความรู้(รวมสัญชาติญาณ)
ปรุงเป็น บุคลิกภาพ(กรัชกาย ตัวตนภายใน) แผ่มาครองกายหยาบ
ถ้าเราแยก และเฝ้าดู ฝึกปรุง ความคิด อารมณ์ให้ สุนทรีย์เสมอ
อารมณ์ทุกข์ ก็จะไม่มารบกวนเราอีก
และฝึกค้นไป เอาปม ที่ผูก ในอดีต มาสาง ล้าง ให้สิ้นสงสัย(ทำอาสวะให้สิ้น)
..........................
พระพุทธเจ้า จึงเกิดมาเพื่อ อนุเคราะห์ สามโลก ให้พ้นทุกข์
1.สังขารโลก
คือตัวเราแต่ละคน ปรุงจาก 
ความคิด(วจีสังขาร)
เจตนา(จิตสังขาร)
บุคลิกภาพ(กายสังขาร)
ก็ต้องฝึกเฝ้ามอง กำหนดรู้ ทุกขที่มากระทบ และขจัดเหตุ
โดยเฉพาะ ต้องเลิกชง ปรุงแต่ง อารมณ์ทุกข์ ซ้ำเติม เวทนาทุกข์
2.สัตว์โลก
สังคมมนุษย์ ที่มี ภูมิจิต ภูมิธรรม ภูมิปัญญา ต่างกัน
จะอยู่ด้วยกันอย่างมีสันติสุข ต้องมีธรรมบาล
และ ผู้มีจิตเป็น พระโพธิสัตว์ เป็นแกนกลาง ของสังคม
-มีผู้มี บุพการี กตัญญูมากๆ
-มีผู้มี หิริ โอตตัปะ มากๆ
-มีผู้ทำหน้าที่ ที่เป็นมงคลชีวิต และมีความสุขหมุนเวียน สิ่งดำรงชีวิตมนุษย์(ทักษิณาทาน)
3.โอกาสโลก
โลกอันว่าลอยอยู่ในอวากาศ ระบบชีวาลัย
ทรงสอนให้แผ่เมตตา กรุณา มุฆิตา อุเบกขา(ใช้ปัญญา ที่สงบรำงับแทนอารมณ์)
ดูและ ซึ่งกันและกัน ให้โอกาส อภัย ในชีวิตที่ด้อยโอกาส ความรู้
...................................
ต่อมา การเข้ามาของวัฒนธรรม จาก กรีก เปอร์เชีย 
ที่มีสองหลักใหญ่
-เทวะนิยม.....เทพเจ้าอยู่เบื้องหลัง ความเป็นไป ของธรรมชาติ และมนุษย์ทั้งหมด
-ตรรกะนิยม...ความจริงเป็นเรื่องของเหตุและผล พัฒนาเป็นวิถีวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม แทนวัฒนธรรมมนุษย์ในปัจจุบัน
ทำให้ ปรัชญาภารตะ ที่มาจากสองเสาหลัก คือ พราหมณ์ กับพุทธ ต้องปรับตัว สังเคราะห์ใหม่
1.พราหมณ์ ก็ เกิด...ฮินดู...ป่าใหญ่ ที่ทุกชีวิต อาศัยอยู่ร่วมกันได้
หน้าที่ ของธรรมชาติ เป็นบุคลาธิษฐาน เป็นตรีมูรติ(สาม รวมกันเป็นหนึ่ง)
-หน้าที่สร้างสรร...............................คือพระพรหม
-หน้าที่บริการจัดการแบบเที่ยงธรรม....คือ พระนารายณ์
-หน้าที่ชำระล้างให้สะอาด.................คือพระศิวะ
และเกิดคัมภีร์ใหม่ ที่ใครๆศึกษาได้ คือ อุปนิษัท(นั่งลงจับเข่าคุยกัน) และภวคีตา(บทเพลงของพระเจ้า)
2.พุทธ ก็เกิด พุทธมหายาน ตันตระ
เพื่อ เกิดการรู้แจ้ง ของปรีชาญญาณ พ้นเพลิงอารมรร์ทุกข์ เพลิงกิเลส โดยทำอาสวะสิ้น แบบเถรวาท
เพื่อ เกิดธรรมบาลแก่สังคม มีผู้มีจิตโพธิสัตว์ สุขจากจิตอาสา มาทำงานให้สังคม
เพื่อ เกิดผู้มีฤทธิ์ ใช้สิทธิอำนาจ(นักสิทธิ์) ขจัด ปัญหา ด้วยพลังจิต เป็นตันตระ(หัวใจของเรื่อง)
-การปรารถนา จะพ้นทุกข์(อริยะ พุทธะ)
-การปรารถนา ช่วยผู้อื่นพ้นทุกข์ จิตอาสา ธรรมบาล(จิตโพธิสัตว์)
-การปรารถนา มีพลังจิต สิทธิอำนาจดลบันดาล(นักสิทธิ์)
จึง หล่อหลอม เป็น"วัฒนธรรมพุทธะ แบบไทยๆ"
เอาแค่นี้ก่อน ยังไม่ถึงบท สงกรานต์ นะครับ



ความสงสัย เป็นที่มาแห่งความรู้แจ้ง

แชร์ 2668 ดู | 1 ความเห็น

Footprints

ความเห็น

  • puling222
    puling222 2014-04-13 12:05
    //-สงกรานต์
    ชัยชนะสงครามอันยิ่งใหญ่
    ชนะความแห้งแล้ง พบชีวาในชีวิต ที่แท้จริง.
    "พระศิวะ เป็นมหาเทพ ที่ทำตัวสันโดษ สมถะ เปื้อนฝุ่น(โลก)"
    ท้าวทักษะ พ่อตา ไม่ชอบหน้า จึงไม่ได้เชิญมา สังสรรค์ของเทพยดา
    พระนางสตรี(ชายาพระศิวะ) จึงไปขอให้พ่อ เชิญพระศิวะ
    ท้าวทักษะจึงโกธร และดูถูกพระศิวะ ต่อหน้าเหล่าเทพ
    เทพทั้งหลายก็ช่วยประสมโรง หัวเราะเยาะ
    พระนางสตรี ก็เกิดความหาญกล้า ปกป้องเกียรติของสวามี(พระศิวะ)
    จึงกระโดดเข้ากองไฟ สิ้นชีพ พระศิวะรู้ด้วยญาณ
    จึงอวตาร เป็นร่งแห่งโทษะ เข้าทำลายพิธี และเทวดาเดี้ยง
    ตัดกลัวพ่อตา เอาหัวแพะ ใส่แทน และหนีไปอยู่เขาฌานที่เชิงเขาไกรลาส
    เกิดยุคน้ำแข็งใหม่ ทั่วโลก หนาวเหน็บ "ตารกาสูร" อสูรแห่งความแห้งแล้ง
    ถือโอกาส เก็บเมฆฝน ใส่ถุง อมไว้ใช้ส่วนตน เหมือนนักกินเมืองทั้งหลายทำ อิๆ
    มนุษย์ เดือดร้อนถ้วนหน้า สภาสวรรค์ก็ปรึกษากัน ว่าจะทำอย่างไรดี
    พฤหัส ครูของเทวดา ก็แนะนำว่า"ต้องให้พระศิวะ ออกจากฌาน มาแต่งงานใหม่"
    เพราะ พระนางสตรี ตอนนี้เกิด เป็นลูกสาว ท่าน หิมาลัย
    และพระนางเมกา(แสงสะท้อนจากหิมะ) เป็นเทพธิดาชาวเขา ชื่อ"พระนางบรรพตี"
    ใครจะกล้าเข้าไปปลุกพระศิวะ เพราะหากตาที่สาม
    ตื่น ใครที่อยู่ข้างหน้าย่อมไหม้เป็นจุล เทวดาทั้งหลายก็เงียบกันอยู่
    ท่านฤาษีนารท ก็อาสา ไปหาทีมกู้โลก ก็ไปปรึกษา แกงค์วัยรุ่น ของสวรรค์
    ได้ทีม มาทำงาน เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย อิๆ แบ่งหน่าที่กันทำ
    -พระวสันนต์ฤดู จัดฉาก เป็นฤดูใบไม้ผลิ
    ละลายหิมะ น้ำแข็งที่เยือกเย็น สกุนาร่าร้องเริงไพร
    -ฤาษีนารอท ดีดพิณน้ำเต้า เล่าเพลงรักแรกพบ
    -พอพระศิวะเรี่ม ถอยออกจากฌาน กามเทพ ก็แผลศรรัก อุ้ยๆมาปัก ซุกๆไซ้ๆ
    ..
    พระศิวะ ตื่น ลืมตาที่สามกลางหน้าผากก่อน
    กามเทพ ไหม้เป็นจุลทันที นางอริดี ร่ำไห้ ปานจะขาดใจเมื่อร่างที่รักหายไป
    ฤๅษีนารอท ก็รายงานว่า พระแม่สตรี เกิดแล้ว เป็นนางบรรพตี สาวชาวดอย
    พระศิวะที่ถูกศรรักปักอก ก็เกิดความรุ่มร้อนในพรหมจรรย์ แต่ก็ไม่ลืมให้พร
    กามเทพ ให้เป็นอนงค์เทพ(ไม่มีตัวตน)
    แต่มีอำนาจสิงใจ สรรพชีวิต ให้มาร่าเริงในกามคุณได้.....
    พระศิวะไปพบ พระแม่คงคาธิดาคนโตท้าวหิมาลัย ก็ไปเกี้ยวพา
    จน พระนางบรรพตี โผล่มา ก็ตกใจ"จีบผิดตัว" อิๆก็ขอโทษ และให้พรข้อหนึ่ง
    พระแม่คงคารับพรไว้ จะขอภายหลัง...พระศิวะ ก็นำนางบรรพตี ไปโชว์ตัว
    เทวดาก็ขำ แต่ไม่กล้าหัวเราะ เดี๋ยวโดนหางเลขอีก อิๆ
    เพราะพระนางดำปิดปี๋มีแต่ตาขาวโผล่มา
    พระศิวะ รู้แจ้งใจ จึงบอกว่า จริงๆ พระนางเป็นสีทอง
    ทันใด พระนางก็ถอดรูปจาก สาวชาวเขา เป็นสาวผมทองอ่าร่าอร่อม สว่างไปสามภพ
    เทวดาต่างอุทาน"อุเหม่เหวยๆๆๆ" พระนางจึงได้ขื่อใหม่ว่า"พระแม่อุมาเทวี"
    สมรสสมรัก ได้ ขันธกุมาร มีธนู และหอก ไปเจี๋ยน อสูรแห่งความแห้งแล้ง
    "เมื่อลมฝนบนฟ้ามาแล้ว..." สมสุข กันถ้วนหน้า
    สามภพ ฉลอง ชัยชนะ สงครามอันยิ่งใหญ่ ฤดูใบไม้ผลิชนะฤดูร้อง ฉนี้
    ภาระตะเขา สาดสี..พี่ไทย..สาดน้ำ
    ...............
    การอ่านวรรณคดี ของภาระตะ ต้องอ่านเป็นชั้นๆ
    -สาระ............เรื่องราว
    -ความหมาย.....ที่ซ่อนอยู่
    -เจตนา.........ของผู้ลิขิต
    -ปัญญา........ที่ซ่อนภูมิธรรมนั้น
    -ประโยชน์ โทษ คุณ.....อยู่ที่ตัวเราฉลาดเลือก
    ....................
    มะพร้าว มีน้ำหอมหวานอร่อย
    คนที่ปอกไม่เป็น ก็อดกิน แถมดูถูกมะพร้าวอีก อิๆ
    ใครอยากรู้ความหมายที่ซ่อน ส่งสัญญาณมาเด้อ..
    สุขสันต์วันชัยชนะอันยิ่งใหญ่
    ให้ชีวาในชีวิต ชื่นฉ่ำ ทั้งตัวเรา และคนรอบข้างนะ สาธุ