เข้าระบบ

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

  ล ง ท ะ เ บี ย น  

PULING

PULING的บล๊อก

PULING的主頁 | ดูทั้งหมด

ชีวิตคือ?

2012-02-17 10:12
//-ตามหา....ตัวเอง
1.เรามาจากไหน...มาทำอะไร....และจะไปไหน?
2.เราจะอยู่อย่างไร?
............
เป็นคำถามที่แทบทุกคนต้องเคย"ถามตนเอง"
บางคนอาจเลือก คำตอบจาก"เทวะนิยม"
บางคนอาจเลือก คำตอบจาก"วิทยาศาสตร์"
บางคนอาจเพ่งพิศภายใน...สังเกตตนเอง
บางคนอาจ เดินทาง แสวงหาความจริง พเนจรไปทั่วโลก
...............
//-แนวเทวะนิยม ส่วนใหญ่ จะมีคำตอบว่า
"ชีวะ(ชีวิต)..สรีระ(ร่างกาย) เป็นคนละสิ่ง
สรีระดับสลายได้ แต่ ชีวะยังอยู่
ชีวะเข้ามาอาศัยในสรีระ
สรีระดังเสื้อผ้า
เก่าแล้ว ชีวะก็ทิ้งไป หาสรีระใหม่ต่อไป
อยู่แล้วจะเป็นอย่างไร?
-เป็นไปตาม เทวะลิขิต อาจเป็นพระพรหมลิขิต พระเจ้ากำหนดไว้แล้ว
-เป็นไปตาม กรรมลิขิต จะเป็นวิบากส่ง หรือกุศลวาสนาส่ง
ย่อมไปจุติ ในภูมิที่หยาบ ละเอียดต่างกัน
..การที่ชีวะ ต้องเร่ร่อน หาที่จุติใหม่ ในร่างที่
หยาบบ้าง ละเอียดบ้าง จนวันหนึ่ง"สติ ปัญญาแท้จะตื่น
จะหาทางที่หยุด การ เวียนว่าย ตายเกิด ท่องไปในภพภูมิ ใหญ่น้อย
กลับไปที่"จุดเรี่มต้นของชีวะ"
-ทำอย่างไรไม่ต้องตาย
-ไม่ต้องตาย ก็ไม่ต้องเกิด
-ทำอย่างไร ไม่ต้องเกิด
-ก็ทำลายเหตุแห่งการเกิดนั้นเสีย
.............
นี่เป็นจุดเรี่มต้นของ ทฤษฎี ลัทธิ ศาสนาในที่สุด
กรรมเก่า เทวะบันดาล
............
//-ต่อมามีแนวคิด "ไม่ต้องเกี่ยวกับเทพเจ้าได้ไหม?"
ความคิดนี้ จึงกลายมาเป็น แนวคิด"วัตถุนิยม"
-กายกับจิต เป็นสิ่งเดียวกัน
กายตาย จิตก็ดับสูญไปด้วย
-ทุกอย่างเป็นเรื่องของปรากฎการณ์ของวัตถุธาตุ
จิตเป็นผลพลอยได้ของกาย
-ทุกอย่างเป็นเรื่องบังเอิญ
ความคิดที่แสวงหา เบื้องหลังของธรรมชาติ
โดยการสังเกตุ..ตั้งสมมุติฐาน...ทดลอง...เก็บข้อมูล..สังเคราะห์ใหม่
ได้กลายเป็น"แนวคิดแบบ สัจจะประจักษ์นิยม"
และเป็นวิถีวิทยาศาสตร์ในที่สุด
................
//-ศาสนา กับวิทยาศาสตร์
ก็มาบรรจบกันอีกครั้ง ในยุค นวัตกรรมไอที นี้ อิๆ
...............
//-ในไซอิ๋ว มีแม่น้ำแม่ลูก
ใครดื่มแล้วจะ"ตั้งครรภ์"
มี"น้ำพุสลายครรภ์"
ใครดื่มไป เลิกครรภ์หายไป
คณะต้องผ่านทั้งสองด่าน จึงจะเดินทางต่อได้
...............
//-ทางสองสาย นี้มิควรเข้าไปยึดถือถึงส่วนสุด
คือ ทรมานตนให้ลำบาก และบำรุงบำเรอกายจนจิตอ่อนแอ
เพราะ ไม่อาจพ้นทุกข์ทั้งปวงได้
เพราะ สูงสุดของทุกข์คือ"อุปทานในตัณหา".."อุปาทานในขันธุ์ห้า"
ตัณหาคือแรงขับชีวิต
-อยากชนะ
-อยากยิ่งใหญ่
-อยากเป็นอมตะ
-อยากเป็นที่หนึ่งในสังคม
ขันธุ์ห้า คือการทำงานของกายจิต เหมื่อนคอมพ์ เครื่องยนต์มีชีวิต
ต้องเรียนรู้วิธีควบคุม ใช้โปรแกรมเป็น
ล้างขยะข้อมูลเป็น และอัพเดท ลงโปรแกรมดีๆเป็นอิๆ
................
//-เอา เรามาถึง
- การจะขี่ตัณหาไปทำสิ่งดีๆ
-การอัพเดท ยกระดับ ชีวาในชีวิตให้ยิ่งขึ้น
ที่สุดคือ"อยู่อย่าง มีสัมมาสติ โพธิปัญญา ที่ตื่นแล้ว
สุขมาก ทุกข์น้อย และเป็นมิตร กับตนเอง สังคมโลก
..............
//-ส่วนใครจะอิงแนวคิด ศาสนา วิทยาศาสตร์..ก็แล้วแต่
ยุคนี้ เป็นยุค"เติบโตคู่ขนาน"
บาย
.............
อ้าว ก็ไม่ตอบอีก เรามาจากไหน? เราจะอยู่อย่างไร? อิๆ
-ศึกษาทั้ง
.. วิชาการแสงส่องโลก
..วิชชา..แสงสติปัญญาส่องใจ
ทำลายอวิชชา เสียก่อนแล้วเราจะพบ คำตอบที่เหมาะกับเรา อิๆ
(แก้ไขเพิ่มเติม)สาธุ

ชีวิตคือ"คลื่นความคิด"

แชร์ 907 ดู | 2 ความเห็น

Footprints

ความเห็น

  • PULING
    PULING 2012-02-23 11:23
    //-มีผู้แสวงหาว่า"ทำอย่างไรชีวิต จึงโชคดี"(มงคล)
    พระพุทธเจ้า ตอบว่า"ทำหน้าที่ ที่ควรทำ" จึงโชคดี
    1.หลักการของชีวิต ที่เป็นมงคล
    "ไม่คบหา คนชั่ว............หรือเอามาเป็นแบบอย่างของชีวิต
    คบหาบัณฑิต...............คือผู้มีความรู้ คู่คุณธรรมนั่น
    เคารพ บุคคล หลักการ สถาบัน..ที่เป็นหลักสงเคราะห์ ให้ดีด้วยกัน
    ใครทำได้อย่างนี้นั้น...........ย่อมประสบ พบโชคดีฯ
    2.จะเรี่มต้นชีวิต อย่างมีมงคล
    "อยู่ในถิ่นที่................กำลังพัฒนาในทางดี
    เคยสะสมความดี.............ไว้มากพอแล้วนั่น
    วางตน พอเหมาะพอดี.........ไม่กร่างเกินเหตุกัน
    ใครทำได้อย่างนี้นั้น...........ย่อมประสบพบโชคดีฯ
    3.ครอบครัว จะมีโชคดี ได้อย่างไร?
    "อุปการะ บิดา มาดร.........บุพการี
    สงเคราะห์ บุตร ภิริยา บริวาร....ด้วยความเที่ยงธรรมนั่น
    จัดระเบียบการงาน............ไม่คั่งค้าง เป็นดินพอกหางหมูกัน
    ใครทำได้ อย่างนี้นั้น..........ครอบครัวนั้น ย่อมประสบ พบโชดีฯ
    4.จะมีชีวิตเยาว์วัย ตลอดไป ได้อย่างไร?
    "เรียนรู้ ความรู้รอบตัว.........ทุกสรรพวิชา
    ฝึกใช้มือ สร้างงานศิลป์........มีทักษะอาชีพที่ดีนั่น
    ฝึกสร้างนิสัย ที่สงบ สะอาด สว่างใน...ทุกๆวัน
    ฝึกเจรจา สัมมาวาจา สุภาษิตนั้น......ย่อมประสบพบโชคดีฯ
    4.อยู่กับสังคม อย่างมีโชคดี?
    รู้จักเสียสละ................แบ่งปัน วัตถุ ความรู้ อภัย และสุข
    ประพฤติตน สมเป็นผู้.........มีมโนธรรม จริยะธรรม อันดีงามนั่น
    สงเคราะห์ญาติ มิตร..........ในสิ่งที่ ไม่ให้โทษภายหลังกัน
    ประกอบกิจการงาน...........ที่ไม่เป็นภัยแก่สังคมนั้น ย่อมประสบพบโชคดีฯ
    5.เข้าสมาคมอย่างไร จึงโชคดี?
    "ไม่ควร เคียดขึง...........พึงใจในความชั่ว แม้นนิด
    เสพวัฒนธรรม เพื่อ กระชับมิตร.อย่าถึงประมาท ขาดสตินั่น
    ไม่พึงดูถูก ภูมิธรรม วัฒนธรรม..ซึ่งกันและกัน
    ใครทำได้อย่างนี้นั้น ปวงปราชญ์.ทุกวัฒนธรรม ยินดีต้อนรับเอยฯ
    6.เป็นผู้น้อย ทำอย่างไร จึงโชคดี?
    "มีสัมมาคาระวะ............ไม่โอ้อวดเบ่ง พองลม
    อิ่มใจสันโดษ...............กตัญญูกตเวที เป็นยอดนั่น
    เรียนรู้ ฟัง ปรัชญาชีวิต.......น้อมนำมาพิจรณาตามกาลกัน
    ใครทำได้อย่างนี้นั้น..........ย่อมประสบพบแต่โชคดีฯ
    7.เป็นผู้นำสังคม อย่างมีโชคดี
    "มีความอดทน.............นำผู้คน สู่ทางดี
    รู้จักรับฟัง ความคิดเห็นทุกผู้....ด้วยใจน้อบน้อม สงบสงัดกิเลสนั่น
    เห็นคุณค่า ความสงบ........คบหาสมณะ สนทนาธรรมกัน
    ใครทำได้อย่างนี้นั่น.........ย่อมเป็นหลักให้ สังคม พบโชคดีเอยฯ
    8.ยกระดับภูมิ ชีวิต ได้อย่างไร?
    "มีความเพียร.............เพ่งเผากิเลส หมดจากตน
    มีหลัก เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา..ดุจพรหมนั่น
    เห็นอริยะสัจจะ............ในจิตตน จนแจ้ง ภายในกัน
    พ้นเพลิงทุกข์ เพลิงกิเลส....ทำอาสวะสิ้น
    พบนิพพาน ประจักษ์แจ้งด้วยตนเองเอยฯ
    9.วัดผล ความสำเร็จ ทำโชคดี ให้ตน?
    "ผัสสะโลก ธรรม..........ด้วยสัมมาสติกุมสภาพจิต
    อารมณ์จิต เบิกบาน..........ไร้กิเลส มาสั่งแล้วหนา
    จิตยังมั่นคง ใน...........มโนธรรม อริยธรรม เที่ยงธรรมได้นา
    ใครทำได้อย่างนี้แล้วหนา.....ย่อมไม่พ่ายแพ้ ทุกมายา ทั้งนอกในเอยฯ
  • uthaiwan
    uthaiwan 2012-03-09 20:21
    กูรู ผู้รู้แจ้ง