เข้าระบบ

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

  ล ง ท ะ เ บี ย น  

PULING

PULING的บล๊อก

PULING的主頁 | ดูทั้งหมด

มนุษย์แท้?

2012-04-13 03:59

ความแตกต่าง ระหว่างมนุษย์ และสัตว์

“กิน นอน ขับถ่าย สืบพันธุ์ กลัวภัย เสมอกัน ต่างกันที่มนุษย์มี มโนธรรม”

โดยร่างกาย มนุษย์ อ่อนแอกว่าสัตว์ โดยน้ำหนักเท่ากัน

แต่มนุษย์ มีระบบ

-เซนเซ่อร์ (อวัยวะรับรู้สึก)

-ประเมินผล สั่งการ (จากสมอง)ที่

“สามารถเรียนรู้ คาดการณ์ ปรับปรุงและ ใช้เครื่องมือ สื่อสาร แบ่งปันความรู้ และทำงานเป็นทีมได้”

“”””””””””””””””””””””””””””””””

สัมมาทิฐิ ในพุทธศาสนา มีสองระดับ

-ระดับ เพื่อให้ ยกระดับ ภูมิจิต ภูมิธรรม ภูมิปัญญา โดยการ”ละชั่ว เจริญกุศลให้ยิ่ง”

ใช้ทิฐิของ สัสสตทิฐิ(เชื่อว่า ตายแล้วเกิด) มีลักษณะคือ

-เชื่อว่า ชาตินี้มี (และยังมีชาติภพ ของจิตที่เกิดจากการปรุงแต่ง ของจิตสำนึก อันมี ความคิด อารมณ์พาไป เกิดดับวันหลายพันรอบ)

-เชื่อว่าชาติหน้ามี(คือมีการเกิดใหม่ ตามแรงกรรม ที่ อกุศล กุศล ศูนย์ให้รางวัลลงโทษ แรงขับชีวิต พาไป)

-เชื่อว่า บุญคุณบุพการีมี (ตั้งแต่ระบบชีวาลัย ที่ให้โอกาสเราเกิด พ่อแม่ ศาสดา ครูบาอาจารย์ ผู้ทำคุณให้เราก่อน)

-เชื่อว่า ทานมีผล (ทานเป็นการ ฝึกให้มีสุขจากการให้ พัฒนาเป็นจาคะ ขูดเกลากิเลส ออกจากชีวิตต่อไป)

-เชื่อว่าพิธีกรรมมีผล( พิธีที่เปลี่ยนแปลง กายกรรมสาม วจีกรรมสี่ มโนธรรมสาม มีผลต่อชีวิตจริง)

-เชื่อว่า ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ มีคุณธรรมสูงส่งเป็น อริยะบุคคลมี

-เชื่อว่า การเกิดโดยผุดขึ้น เป็นตัวเต็มวัยทันทีมี(เช่นปรุงจิตด้วยความสุขเป็นเทวดา ปรุงจิตด้วยความทุกข์มรมาน เป็นสัตว์นรกเป็นต้น

“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””

สัมมาทิฐิ ที่”ทำนิพพานให้แจ้ง”

คือพัฒนาชีวิต พ้นทุกข์ สุข สู่ความเย็น กาย เย็นใจ เย็นปัญญา

โดยการ มี

-เจโตวิมุติ......หลุดพ้น จากราคะ โทสะ ด้วย ความหนักแน่นมั่นคงอารมณ์ของจิต ที่ฝึกดีแล้ว

-ปัญญาวิมุติ...หลุดพ้นจาก โมหะ ความหลงในสมมติโลก ด้วยญาณปัญญา

 ที่อยู่เหนือ สัญชาติญาณ จิตวิญญาณ  โลกียะปัญญา

-ทำอาสวะให้สิ้น..หลุดพ้นจากขยะปรุงแต่งจิต

ที่เป็นความรู้ จากภายนอก ที่เราเลียนแบบ

ที่เป็น แรงขับ สัญชาติญาณชีวิต และการให้รางวัลลงโทษ ของเราเอง

ที่เป็นความทรงจำ ที่เราประทับใจผ่านการมองวัฒนธรรม

ที่เป็นทักษะ”วิธีการคิด” การชงอารมณ์ของเราเอง

...........................

ทั้งหมด ต้องเอามา

-แยกการเรียนรู้ ที่เป็นเงื่อนไข

แยกอารมณ์ ออกจากความคิด ด้วยการหายใจทิ้งความรู้สึก จากทุกอารมณ์

-ล้างเงื่อนไขเดิม

จนอารมณ์ ไม่อยู่ในอำนาจ ความคิด อีกต่อไป เป็นเสรีภาพของชีวาในชีวิตที่แท้จริง อิๆ

-และปรุงใหม่ทั้งหมดแบบ”เย็นๆ มีมโนธรรมอันดีงาม “อิๆ

นิพพานนั้น ไม่ทุกข์ ไม่สุข แต่เย็น(พุทธทาส)

นิพพานนั้น อยู่ไม่ไกล จากปลายจมูก หายใจ ถึงขั้วหัวใจ ที่เย็น(หลวงปู่แหวน)

สาธุ

มนุษย์มีตาเนื้อ และตาปัญญา ด้วย อิๆ

แชร์ 983 ดู | 1 ความเห็น

Footprints

ความเห็น

  • PULING
    PULING 2012-04-13 04:04
    //-การมองสามชั้น   ในการอ่านนิทานไซอิ๋ว
    1.สนุก  หรรษา ขำขัน มันส์ในอภิจินตนาการเกินจริง
    2."เห็น" ความหมายธรรมะ ที่ซ่อนเร้นอยู่
    การจะเห็นได้ ต้องอาศัย"ตาปัญญาห้า"
    2.1-พุทธะจักขุ
    .....ปัญญา ที่ประกอบด้วยสติ กุมสภาพจิต เห็นการปรุงแต่งจิตตนเสมอ
    2.2-ธรรมจักขุ
    ......ปัญญา ที่เห็นธรรมชาติตามจริง
    ทั้งนิรมานธรรม..ธรรมชาติที่เกิด และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
    กายธรรม.........ธรรมชาติ
    ที่เป็นกฎ(ธรรมฐิติ)
    วิวัฒนาการ(ธรรมนิยาม)
    เป็นเหตุปัจจัยปรุงแต่งต่อเนื่อง(อีทัปปัจจยตา)
    และธรรมที่พ้นอุปาทาน ทุกข์ โดยไม่เนิ่นช้า(นิปปปัญจธรรม)
    -สัมโภคกายธรรม
    กายแห่งความสุข
    สุขใน มนุษย์สมบัติ(เป็นที่ยอมรับ ในสังคม มีมนุษย์ธรรม)
    สุขในสวรรค์สมบัติ(หรรษา ภาคภูมิ สมใจ สะใจ )
    สุขในพรหมสมบัติ(เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา สันโดษ สมถะ)
    สุขในนิพพานสมบัติ(วิมุติสุข) พ้นจากเพลิงทุกข์ เพลิงกิเลส ทำอาสวะสิ้นแล้ว
    2.3-สมันตะจักขุ
    ......ปัญญาที่เป็นความรู้รอบตัว หลากหลายสาขา ทั้งศาสตร์และศิลป์
    2.4-ญาณ ฌานจักขุ
    .....ปัญญา ที่เกิดจากองค์ฌาน ญาณ ที่ได้จากการทำ สมถะ วิปัสสนา
    2.5-
    ทิพย์จักขุ
    .....ปัญญา ที่เห็นธรรมชาติ เรื่องราว อันละเอียด ลึกซึ้ง เกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะเข้าใจได้
    ..................................................
    //-หงอคง ก็คือ"โพธิ์ปัญญา"
    ต้องใช้เวลา พัฒนา"บวช" เข้าสู่ทางกุศล มรรค(พบทางสว่าง) ผล(รับผลสำเร็จ)
    และต้องมีทีม ที่เป็น "อินทรีย์ ที่เปลี่ยนเป็นพลังชีวิตชีวา" มาช่วย
    เป็น"อินทรีย์ห้า เจริญเป็นพละห้าคือ"
    -ศรัทธา............คือพระถัง
    ที่ตั้งใจไปค้นหาหลักการจริงๆ ของพุทธศาสนา มาเป็นหลักการของชีวิต
    -วิริยะ.............คือม้าขาว ความวิริยะพากเพียร
    ต้องมีธูปหอม(ให้กำลังใจตนเอง)
    แส้ที่ทำจากเอ็นเสือ(ดูถูกตนเองให้เกิดมานะพยายาม)
    "วันคืนที่ผ่านมาเรา ยกระดับภูมิจิต ภูมิธรรม ภูมิปัญญา ได้มากน้อยแค่ไหน?"
    -สติ............ตือบ่วยก่าย ต้องมีศีลกำกับ(มีคราดเก้าซี่ สังฆคุณ) และเฝ้ากระแส ปิติสุขภายใน
    ไม่หลงในกุญแจความสุข ที่เป็นมายาภายนอก
    -สมาธิ..........ซัวเจ๋ง สมาธิที่เกิดจากสมถะ ช่วยให้"อารมณ์หนักแน่น"
    มี พลั่วพระธรรม ด้านหนึ่งเป็นเสียมแบนรูประฆัง(มีสติในหน้าที่)
    ด้านหนึ่ง เป็นรูปจันทร์เสี้ยว(หมายถึงเวลา)
    วิปัสสนา(หนุนปัญญา สู่ความรู้แจ้ง)
    -ปัญญา.......ต้องยกระดับ
    โลกียะปัญญา(ปัญญารอบรู้โลก ทำมาหากิน)
    สู่ โลกุตระปัญญา(ปัญญายกชีวิตชีวา พ้นอุปาทานตัณหา )
    สู่โพธิ์ปัญญา(ปัญญาที่ให้แสงสว่าง เบิกบาน ร่มเงาแก่ชีวิตตน และคนรอบข้าง)
    3.เห็นวิธี ที่เอาหลักการเหตุผล ไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
    .......
    //-สหายเอ๋ย หรรษาขำขัน.................................ในนิทานธรรม
    เห็นสัจจะธรรมซ่อน..........................................เป็นสุขี

    เอาไปใช้ เป็นประโยชน์ตนท่าน...........................อัศจรรย์ในชีวาในชีวี
    การพบไซอิ๋วนี้.................................................ย่อมมีแต่คุณเอยฯ

    .........................
    //-อ่านแล้วสนุก............เพลินใจ
    อ่านแล้วปัญญาเห็น.......ปรมัตถธรรมซ่อนในนั่น
    เอาไปปรับใช้...............ฝึก สัมมาสติ โพธิปัญญา เห็นทั้งนอก ใน แจ้งด้วยกัน
    ใครทำได้อย่างนี้นั่น.......ชีวิต พึงรื่นรมย์ เป็นมงคลชีวาในชีวิตเอยฯ
    สาธุ