เข้าระบบ

ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

  ล ง ท ะ เ บี ย น  

Liberty Alliance - Proactive citizen

  • uthaiwan

    นวัตกรสังคม

    uthaiwan 2010-01-14 21:22

    http://www.moph.go.th/ops/doctor/drOct52/pdfOct52/P.1-2.pdf
  • uthaiwan
    #1
    uthaiwan 2010-01-14 21:30
    สานพลังปัญญาในบรรยากาศประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พี่น้องหมออนามัยมีการเกาะเกี่ยวรวมตัวกันเป็นเครือข่ายหลายรูปแบบ หลายปีมาแล้ว

    แต่ขณะนี้ กำลังมีความพยายามของกลุ่มเครือข่ายหมออนามัยกลุ่มหนึ่งที่ขบคิดกันถึงแนวทางการขับเคลื่อนพลังหมออนามัยที่เน้นการสร้างสุขภาวะให้แก่ประชาชนและสังคมให้ได้ดียิ่งขึ้น

    ต่อยอดจากทุนความดีของหมออนามัยที่สั่งสมกันมายาวนาน จากการทุ่มเททำงานพัฒนาสาธารณสุข
    ส่งเสริมสุขภาพ ช่วยเหลือควบคุมป้องกันโรคและเยียวยารักษาผู้เจ็บป่วยอยู่ทั่วประเทศ การแยกกันทำงานกระจายกันอยู่โดด ๆ ตามสถานีอนามัยต่าง ๆ ก็มีคุณประโยชน์ในระดับหนึ่ง แต่การรวมตัวกันเป็นเครือข่ายแนวราบ ร่วมคิด ร่วมทำ เชื่อมโยง หนุนเสริมกันและกัน จะเพิ่มพลังของกันและกันก็ยิ่งทำงานได้ดีและทำดีได้มากยิ่งขึ้น


    ดั่งบทกวีของ คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่ว่า
    ?เป่าเถ้าที่จวนมอด วะวับวอดมิวายแสง
    จุดเพลิงอันเริงแรง เป็นเปลวลุกขึ้นโลมลาม
    ผูกไผ่ทีละไผ่ ไปเป็นแพสะพานข้าม
    ผูกข้อต่อตาตาม ไปเป็นต้นตระหง่านตรง
    เรียงจุดทีละจุด เป็นเส้นสุดเป็นทรวดทรง
    จดเจตนาจง เรียงรจนากวี
    จับใจมาใส่ใจ จึงฝากใจเป็นไมตรี
    ความดีต่อความดี ประดับโลกให้งดงาม?
    แนวคิดการขับเคลื่อนของเครือข่ายหมออนามัยนี้ เขาจึงวางอยู่บนแนวทางหลักคือ ?สานพลังปัญญา เสริม
    พลังความดี? โดยมียุทธศาสตร์ 4 ประการคือ
    1. ขับเคลื่อนด้วยงานวิชาการและการจัดการความรู้นำไปสู่การขับเคลื่อนระดับนโยบาย
    2. ขับเคลื่อนด้วยหัวใจและจิตวิญญาณหมออนามัยที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์
    3. ขับเคลื่อนด้วยการสานพลังเครือข่าย พัฒนาศักยภาพของเครือข่ายควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของ
    เครือข่ายภาคส่วนอื่น ๆ ด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
    4. ขับเคลื่อนด้วยการทำงานสื่อสารเชื่อมโยงกับสังคมเหมือนปลาที่ต้องอยู่กับน้ำ
    เพื่อนหมออนามัยโปรดติดตามและเข้าร่วมขบวนการกันต่อไป ถ้าท่านเห็นดีและเห็นงามตรงกัน วารสารหมอ-
    อนามัย จะได้นำข้อมูลมาเสนอในโอกาสที่เหมาะสมต่อไปด้วย
    amphon@nationalhealth.or.th
    เสริมพลังความดี
    /กันยายน - ตุลาคม 2552
    บทบรรณาธิการ
    ในช่วงนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ-
    สังคมแห่งชาติ หรือ ?สภาพัฒน์ฯ? กำลังเริ่มกระบวนการจัดทำแผนฯ
    ฉบับที่ 11 ที่จะเริ่มใช้เป็นกรอบการพัฒนาประเทศในทุกด้านตั้งแต่ปี
    2555 เป็นต้นไป
    สภาพัฒน์ฯ ได้เปิดเวทีสาธารณะระดมความคิดเห็นผู้คนจาก
    ทุกภาคส่วนไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ ประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมา
    พูดคุยกันและเป็นที่สนใจเป็นอย่างมาก คือเรื่อง ?สัญญาประชาคม
    ใหม่ : พลังขับเคลื่อนสังคมสู่สมดุล? ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องการใช้
    เป็นเครื่องมือลดทอนความขัดแย้งของคนไทยที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอยู่ในขณะนี้ ไปสู่สังคมไทยที่เป็นสังคมแห่งความร่มเย็นเป็นสุขอย่างยั่งยืน

    คำว่า ?สัญญาประชาคม? นั้น ที่ประชุมตกลงกันว่าให้
    หมายถึง ?ค่านิยมที่ประชาชนตกลงร่วมกันด้วยกระบวนการมีส่วน-
    ร่วมของทุกภาคส่วน และใช้เป็นแนวปฏิบัติร่วมกันในสังคมอย่างมี
    พลวัตตามการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคม โดยเน้นการ
    ดำรงชีวิตตามวัฒนธรรมอันดีของไทยตามภูมิภาคต่าง ๆ ยึดถือหลัก
    คุณธรรมและความเป็นธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต รักษาสิทธิของ
    ตนเองโดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ปฏิบัติหน้าที่พลเมืองให้ครบถ้วน
    และมีจิตสาธารณะ ยึดหลักแก้ไขความขัดแย้งในสังคมด้วยสันติวิธี
    เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ปลอดภัย และมี
    ความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน?
    แล้วรู้ได้อย่างไรว่ามีการสร้าง ?สัญญาประชาคมใหม่? แล้ว
    คำตอบที่ได้คือ ให้ดูที่ความเป็น ?ชุมชนเข้มแข็ง?
    คำว่า ?ชุมชนเข้มแข็ง? ทำให้นึกหวนกลับไปถึง ?ธรรมนูญ
    ว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ? ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นจาก
    พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ที่ได้กำหนดให้ใช้เป็นกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศไปจนถึงปี 2563

    ต้องบอกว่านวัตกรรมของสังคมนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจาก
    คณะรัฐมนตรี และได้นำเสนอต่อรัฐสภาทั้งสภาผู้แทนราษฎร และ
    วุฒิสภารับทราบเรียบร้อยแล้วใน ?ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ? ได้กำหนดชุมชนเข้มแข็ง :ทิศทางใหม่ของสังคมไทย
    ?จุดคานงัด? ของสังคมไทยไว้ที่การสร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยเหมือนกันใน ข้อ 23 ระบุไว้ว่า ?มีชุมชนท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็งด้านสุขภาพครอบคลุมร้อยละ 80 ของตำบลทั่วประเทศ?และใน ข้อ 26 ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญหนึ่งที่นำสู่เป้าหมายได้กำหนดไว้ว่า
    ?ให้รัฐและภาคส่วนต่าง ๆ ส่งเสริมสนับสนุน
    การศึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคคล
    ครอบครัว และชุมชน เพื่อเสริมสร้างความรู้
    และพัฒนาทักษะในการดำเนินชีวิตและการ
    สร้างเสริมสุขภาพ อันจะนำไปสู่การเพิ่มพูน
    ขีดความสามารถในการดูแลตนเองและการ
    พึ่งพาตนเองของบุคคล ครอบครัวและชุมชน
    อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเปิดพื้นที่สาธารณะ
    พัฒนาเครื่องมือและนวัตกรรม ภายใต้บริบท
    ทางสังคม ภูมินิเวศวัฒนธรรมและภูมิปัญญา-
    ท้องถิ่นอย่างเท่าทันการเปลี่ยนแปลง?
    นับเป็นความสอดคล้องกันเป็นอย่างดี
    ที่เป้าหมายทั้ง 2 ขบวนนี้ เป็นเป้าหมายที่ตรง
    กัน เห็นพ้องต้องกัน จึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่า
    กรอบแนวคิดการพัฒนาประเทศจะมุ่งเน้นมา
    ที่ฐานรากของสังคมไทย โดยให้ความสำคัญ
    กับหลักการประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ที่
    ต้องการให้เป็นกระบวนการพัฒนาเป็น
    กระบวนการโดยประชาชน ของประชาชน และ
    เพื่อประชาชนในชุมชนนั้น
    นี่คือทิศทางการพัฒนาประเทศใน
    อนาคตที่คนในสังคมไทยได้ร่วมกันวางไว้
    กอง บ.ก. วิชาการ
    ปีที่ 19 ฉบับที่ 2
You are not a full member of the group,Can not participate in the discussion. เข้าร่วม